เด็กจบใหม่อยากมีที่อยู่ราคา 2 ล้าน ทำยังไงดี
สำหรับวัย 25-30 ปีที่กำลังเริ่มต้นชีวิตการทำงาน
สำหรับเด็กจบใหม่ เงินเดือน 15,000 บาท ก็สามารถกู้ซื้อบ้านได้ โดยธนาคารจะพิจารณาอย่างแรกเลยคือเด็กจบใหม่จะต้องผ่านการทดลองงานเสียก่อน รวมถึงมีอายุงาน 6 เดือน – 1 ปีจึงจะกู้ซื้อบ้านหรือคอนโดได้ ซึ่งการผ่านช่วงทดลองงาน และอายุงานมีขั้นต่ำตามเกณฑ์ที่แต่ละธนาคารกำหนด การเตรียมเงินดาวน์ซื้อบ้านประมาณ 5- 20 เปอร์เซ็นต์ของราคาบ้านที่ต้องการซื้อ หากสามารถเตรียมได้ 20-30 เปอร์เซ็นต์จะช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้มากขึ้น การเตรียมรายการเดินบัญชีธนาคาร ควรมีรายรับมากกว่ารายจ่ายและมีเงินเก็บค้างไว้อยู่ในบัญชีเสมอ หากมีภาระหนี้สินอื่นๆ ควรจะต้องทำการปิดยอดหนี้ให้หมด ไม่ให้ค้างไว้ และอย่างสุดท้ายคือเอกสารต่างๆ ที่รวมเตรียมไว้ให้พร้อม เช่น ใบรับรองการทำงาน เอกสารทางการเงิน สลิปเงินเดือน 15,000 บาท เพื่อยื่นกู้ซื้อบ้านได้ เพราะทั้งหมดนี้จะเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงินและการงานที่ทำอยู่เพื่อประกอบการพิจารณาปล่อยวงเงินให้ทำการกู้ซื้อบ้านได้ เราจะพาไล่ตั้งแต่เข้าใจฐานเงินเดือนของตัวเอง เตรียมตัว เลือกแบบให้เหมาะ ไปจนถึงทางเลือกรองรับไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโด
รู้จักสิ่งเหล่านี้ก่อนคิดซื้อทีอยู่อาศัย
อัตราดอกเบี้ยของบ้าน
แม้ว่าจะมีเงินเดือนแค่ 15,000 แล้วทำการกู้ซื้อบ้านผ่าน ก็ต้องทำการจ่ายดอกเบี้ยของบ้านอยู่ดี โดยหลังจากทำการยื่นเรื่องกู้ซื้อบ้านผ่านแล้วสิ่งที่หลีกหนีไม่ได้อย่างแรกเลยคือการจ่ายดอกเบี้ย ซึ่งจะต้องทำการศึกษาให้ดีเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอัตราดอกเบี้ย โดยดอกเบี้ยเงินกู้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบคงที่ (Fixed Rate)
คืออัตราดอกเบี้ยจะถูกกำหนดไว้ตายตัวตลอดอายุสัญญาเงินกู้ เป็นตัวเลขดอกเบี้ยที่ไม่มีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นลง
อัตราเงินกู้แบบลอยตัว (Floating Rate)
คืออัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่มีการเปลี่ยนแปลงตามการลงทุนของสถาบันการเงินหรือผู้ให้กู้ ซึ่งมี 2 ประเภทคือ
MLR (Minimum Loan Rate) : เป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำที่ธนาคารจะเรียกเก็บจากลูกค้าชั้นดีที่เป็นรายใหญ่ เช่น บุคคลที่มีประวัติการเงินดี มีหลักทรัพย์ค้ำประกันที่เพียงพอ โดยอัตราดอกเบี้ยชนิดนี้มักนิยมใช้กับการกู้เงินระยะยาวที่มีการกำหนดระยะเวลาแน่นอน
MRR (Minimum Retail Rate) : เป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้าชั้นดีที่เป็นรายย่อยที่ไม่มีประวัติเสียทางด้านการเงิน เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อส่วนบุคคล
ค่ารีโนเวทและต่อเติมบ้านในอนาคต
บ้านหนึ่งหลังนอกจากจะต้องมีของตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ แล้ว เพื่อให้บ้านหลังแรกที่ซื้อมามีความสมบูรณ์ก็จะต้องมีการรีโนเวทบางส่วนของบ้าน หรือต่อเติมบ้านเพื่อประโยชน์ใช้สอยในอนาคตได้ ซึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากการกู้บ้านที่ต้องเจอ
ค่าประกันภัยบ้าน
อสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงอย่างบ้านหากเกิดอุบัติภัยขึ้นจะต้องมีประกันภัยบ้านคอยดูแลและรับผิดชอบ โดยเฉพาะประกันอัคคีภัย ซึ่งเป็นประกันภัยที่กฎหมายบังคับให้ผู้กู้ซื้อบ้านทุกคนต้องทำประกันอัคคีภัยตลอดอายุสัญญาผ่อนบ้าน ในส่วนของดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับกรมธรรม์แต่ละฉบับซึ่งไม่เกิน 0.1% ของวงเงินคุ้มครอง นอกจากนี้อาจทำประกันภัยอื่นๆ เพิ่มเติมได้
ค่าส่วนกลางของโครงการ
ต้องพิจารณาดูโครงการบ้านที่เลือกซื้อว่ามีค่าส่วนกลางหรือไม่ หากมีต้องเสียเป็นรายปีหรือรายเดือนเท่าไร เพราะค่าส่วนกลางคือค่าบำรุงรักษาและการใช้งานส่วนกลางภายในหมู่บ้านโครงการนั้นๆ โดยค่าใช้จ่ายนี้จะเกิดขึ้นทันทีหลังจากวันที่มีการโอนบ้าน
วางแผนการผ่อนชำระหนี้
ต้องคำนึงถึงแผนการเงินระยะยาว ทั้งค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นและการผ่อนชำระหนี้ เนื่องจากการกู้เงินซื้อบ้านหลังหนึ่งจะมีสัญญาในการผ่อนบ้านระยะยาวตั้งแต่ 10-20 ปี อีกทั้งยอดในการผ่อนชำระขึ้นอยู่กับเงินดาวน์บ้าน ระยะเวลาการผ่อน ราคาบ้านด้วย และในแต่ละเดือนอาจมีค่าใช้จ่ายที่ไม่เท่ากันซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการผ่อนชำระบ้านได้ ดังนั้นจะต้องมีการวางแผนการผ่อนชำระให้ดี เตรียมเงินสำรองล่วงหน้าหากเกิดเหตุฉุกเฉินเงินขาดสภาพคล่อง

เมื่อเข้าใจแล้ว ลองมาดูขั้นตอนต่อมา
1. เข้าใจฐานเงินเดือน และ ความสามารถผ่อนของตัวเอง
ตัวอย่าง ถ้าเงินเดือน 15,000 บาท/เดือน และธนาคารใช้เกณฑ์ว่ายอดผ่อนบ้านรวมไม่ควรเกิน ~40% ของรายได้ ดังนั้น 15,000 × 40% = 6,000 บาท/เดือน คือยอดผ่อนที่แนะนำ
วงเงินกู้คร่าว ๆ = ยอดผ่อนต่อเดือน ×150 ดังนั้น 6,000 ×150 = 900,000 บาท (สำหรับเงินเดือน 15,000 บาท) ซึ่งยังห่างจากราคา 2 ล้านบาทอย่างมาก
ดังนั้น ถ้าไม่มีผู้กู้ร่วม ไม่มีเงินดาวน์มากพอ หรือรายได้ยังไม่ขึ้น การซื้อที่พักราคา 2 ล้านบาทอาจเป็นภาระหนักเกินไป ณ ตอนนี้
2. แล้วเด็กจบใหม่ควรวางแผนอย่างไร
– เก็บเงินดาวน์ให้มากขึ้น หากมีเงินดาวน์มากขึ้น เช่น 20-30% หรือมากกว่า ก็จะลดวงเงินกู้ที่ต้องกู้จริง และทำให้ยอดผ่อนต่อเดือนเบาลง
– เคลียร์หนี้สินอื่นให้เบาที่สุด หนี้บัตรเครดิต, สินเชื่อรถ หรือหนี้ส่วนบุคคล จะส่งผลให้ภาระผ่อนเพิ่มขึ้น และวงเงินกู้ที่ได้อาจลดลง
– พิจารณาผู้กู้ร่วม เช่น พ่อแม่ คู่สมรส หรือคนในครอบครัวที่มีรายได้มั่นคง การกู้ร่วมจะช่วยเพิ่มวงเงินกู้และโอกาสการอนุมัติ
– เลือกราคาที่อยู่อาศัยที่เริ่มต้นได้ หากเป้าหมายคือ 2 ล้านบาท อาจเริ่มจากคอนโดหรือบ้านแฝด ทำเลรองก่อน แล้วขยับไปบ้านเดี่ยวเมื่อพร้อม
– อย่าให้ภาระผ่อนกลายเป็นเป็นแรงกดดัน ควรตั้งยอดผ่อนที่คุณยังรักษาวิถีชีวิตได้ เช่นออมเงินได้ มีเงินเที่ยว มีชีวิตวัยทำงาน ไม่เพียงแต่จับจ่ายใช้สอยอย่างเดียว
3. วิธีเตรียมตัวให้ซื้อที่อยู่ 2 ล้าน
– ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ บ้านหรือคอนโดราคา ~2 ล้านบาท ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ มีผลต่อยอดผ่อนต่อเดือน
– คำนวณค่างวดต่อเดือน สมมติบ้านราคา 2 ล้านบาท ผ่อน 20-30 ปี สำคัญคือคุณต้องประเมินว่ายอดผ่อนนั้น คุณไหวไหม
– พิจารณาค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ค่าส่วนกลาง, ภาษี, ซ่อมแซม, ตกแต่งบ้าน/คอนโด บางครั้งถูกมองข้ามแต่ก็มีผล
– ทำแผนออมเงิน ตั้งเป้าเงินดาวน์ ตั้งงบผ่อนต่อเดือน และควบคุมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
– พิจารณาเลือกโครงการที่มีโปรโมชั่น บ้านหรือคอนโดบางแห่งมีข้อเสนอช่วยผู้เริ่มต้น เช่น ดาวน์ต่ำ ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน หรือส่วนลดพิเศษ
– อย่าลืมทำงานขั้นต่ำเงื่อนไขก่อนกู้ เช่นผ่านทดลองงานแล้ว อายุงานขั้นต่ำตามธนาคาร
FINNCondo
หากคุณมองหาตัวเลือก คอนโดเชียงใหม่ / คอนโดสวนดอก / ห้องเช่า ที่เหมาะกับวัย 25-30 ปี
FINN คอนโด:ทำเลดี ใกล้มหาวิทยาลัย/ทำงาน/ร้านคาเฟ่ เหมาะกับวัยเริ่มต้น
มีระบบการจัดการที่เหมาะกับใช้ชีวิตคนเพิ่งเริ่มต้น (ซื้อหรือเช่า)
เป็นอีกทางเลือกที่ให้คุณ “มีที่อยู่ของตัวเอง” ได้ก่อน แล้วค่อยขยับในอนาคต